เอ่อ...เรื่องมันสืบเนื่องมาจากในช่วงนี้ฉันเพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ และอยู่ในช่วงฝึกงาน ก็จะมีพี่ๆ Mentor มาคอยสอนงานเรา รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในทุกเรื่องเกี่ยวกับชีวิตในองค์กรนี้ (โปรแกรมอันนี้ส่วนตัวแล้วชอบมากๆเลย) ช่วงนี้เป็นช่วงที่ 3 ของการเป็น เด็กใหม่ (ช่วงที่ 1. ทุกคนเข้ารับการอบรมด้านวิชาการต่างๆรวมทั้งละลายพฤติกรรมและเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร 2. ทุกคนเข้ารับการฝึกงานในสำนักแรก ฉันได้ฝึกในสำนักวิชาการ 3. สลับจากสำนักวิชาการมาเป็นสำนักจัดทำฯ 4. ระยะทดลองงานอีก 4 เดือน โอว์ แม่เจ้า!!! ซึ่งการทำงานที่นี่ฉันก็เข้าใจแล้วว่ามันหนักกว่าที่คนภายนอกคิดไว้มากเลยมันไม่ง่าย ท้าทาย และเสี่ยงกว่าที่คิด)  คือตอนนี้ทุกคนจะฝึกงานมาแล้วคนละ 1 สำนัก ตอนนี้เป็นการสลับสำนักกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจภาพรวมการทำงานในมุมกว้าง ก็จะยังไม่เข้าใจในงานอีกฝั่งหนึ่งเท่าไหร่แล้วทีนี้เรื่องราวมันอยู่ในย่อหน้าถัดไป แป่ววววว

       วันนี้มีท่านที่ทำงานสอนฉันเรื่องค่า K แหละ ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้เข้าอบรมเรื่องเกี่ยวกับค่า K โดยภาพรวมแล้ว แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด รู้มาว่ามันคืออะไร มันคือ การใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Factor) ซึ่งใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง โดยการคิดจะต้องอิงกับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงาน และสูตรวิธีคำนวณ ตามที่ได้กำหนดไว้ และ หัวใจของค่า K ที่ท่องจำในใจคือ 4 ต้อง 2 ไม่ (อนุมัติ ต้องประกาศแจ้งประกวดราคา, ต้องกำหนดประเภทงาน, ต้องมีวันเวลาทำสัญญาระบุไว้, ต้องมีการตรวจสอบส่งมอบงาน, ไม่อนุมัติ ไม่กำหนดระยะเวลา, ไม่จำกัดวงเงินค่าก่อสร้าง) ซึ่งเป็นหลักง่ายๆทึ่ฉันจำได้ ก็เข้าใจนะว่ามันเป็นเรื่องซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เปื้อนราคี เป็นเรื่องที่คนทั่วไปจะเข้าใจยาก แต่เมื่อมีคนที่เข้าใจเรื่องนี้ได้ก็แสดงว่ามันไม่ได้ยากเกินกว่าสมองมนุษย์จะรับได้ แต่...ท่านเอ่ยมาว่า "โอ๊ยเรื่องนี้พี่ไม่อยากสอน เพราะสอนไปน้องก็ไม่เข้าใจ เดี๋ยวพอไม่ได้ใช้น้องก็ลืม ไม่เหมือน X (นามสมมติ)ที่เค้าจบวิศวะมา แล้วเรื่องแบบนี้ธรรมชาติผู้ชายจะเข้าใจง่ายกว่าผู้หญิง" ค่ะ ธรรมชาติของฉันก็พร้อมที่จะยอมรับอะไรได้อยู่แล้ว งานหนัก งานยากไม่เคยกลัว กลัวพวกไม่สอนเนี่ยแหละ ยัง ยังมีมากกว่านั้น ท่านเอ่ยมาอีกว่า "น้องโชคดีนะที่ได้อยู่จัดทำ ไม่ต้องมาเจอค่า K เหมือนพี่ กะ X เดี๋ยวต้องไปช่วยกันเคลียร์ซะหน่อยแระ เห้อ...แค่คิดก็เหนื่อย" ค่ะมาตรฐานท่านสูงค่ะ เข้าใจ แต่เอ๊ะ...ฉันได้ยินมาว่าสิ่งที่เหมือนกันในทุกสำนักคือ ค่า K นี่แหละ ท่านรับข้อมูลอะไรมาผิดอ๊ะเป่าคะ และไม่อยากจะบอกเลยว่า นาย X นั่นน่ะรุ่นพี่คณะวิศวะฉันเองย่ะ ชิ แล้วมากกว่านั้น ฉันได้ถามในสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ คือมันซับซ้อนอย่างที่ท่านบอกอ่ะนะ ฉันก็ถามออกไป ท่านก็ไม่สามารถอธิบายให้ฉันกระจ่างได้เลยสักนิด ผิดกับพี่อีกคนนึงที่เค้าเดินเข้ามาถามว่าให้ช่วยอะไรมั๊ย ฉันก็ได้ถามคำถามเดียวกันนั้น พี่เค้าอธิบายให้ฉันเข้าใจได้ดีมากๆ ตอบมาโช๊ะ มั่นใจกว่าหมอกฤษณ์ คอนเฟิร์มอีก หึหึ วันหลังจะแกล้งแอ๊บแบ๊วโง่ๆให้ท่านรำคาญเล่นดีกว่า มาตรฐานมันต่างกันจริงๆนะค่ะ แล้ว step การสอนงานของพี่คนหลังก็เรียงไปจากง่ายไปยาก ทีละชิ้นทีละอัน ไม่เหมือนที่ท่านสอนเลยค่ะ ทำให้ฉันคิดว่าไอ้ค่า K เนี่ย ไม่ได้ยากเย็น ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย สิ่งที่ยากก็คือคนที่ต้องทำไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไรก่อน หลัง หรือไอ้ข้อมูลที่มันเยอะๆยุ่งๆที่เค้าให้มานั้น จะทำอะไรกับมันดีหว่า มันก็ดูเหมือนยาก แต่...วันนี้ฉันเข้าใจแระว่าไม่ยากอย่างที่คิด

       ด้วยเหตุนี้แหละวันนี้ฉันจึงต้องมาระบายไว้ที่พื้นที่ตรงนี้ ถ้าใครเข้ามาอ่านก็ขอโทษด้วยละกันนะ หากรำคาญเปิดผ่านไป หากเคยโดนแบบนี้มาก็ละเลงต่อได้เลยตามสะบาย ฉันอนุญาต

ปล.ขอขอบคุณท่านผู้นั้นที่เป็นแรงบันดาลใจในการอัพเอ็นทรี่ครั้งนี้ ฉันขอบคุณจากใจจริง

 

Comment

Comment:

Tweet

^^

#2 By takiki on 2011-04-20 12:57

น้องนี่ดื้อนะ

มันยาก พูดไปน้องก็ไม่เข้าใจ

พี่เลยไม่อยากสอน

เพราะพี่ก็ไม่เข้าใจว่าจะสอนยังไง

ฮา